“อื้อ...”
มาร์คส่งเสียงทุ้มดังในลำคอเมื่อผมกดริมฝีปากแนบริมฝีปากนุ่มๆนั่นซ้ำๆ
ไม่ได้รุนแรงหรือว่างี่เง่าเหมือนครั้งแรกที่จูบมัน
แต่สัมผัสเนิบนาบอย่างอ่อนโยนให้มันคุ้นชินก่อน
จากนั้นก็ใช้มือบีบปลายคางเล็กเบาๆให้เผยอริมฝีปากขึ้น
“อึก...”
มาร์คดูจะตกใจไปนิดนึงกับการที่เรียวลิ้นผมค่อยๆแทรกเข้าไปในริมฝีปากเจ้าตัวแบบนั้น
ผมแทรกร่างตัวเองให้เบียดชิดแนบกับร่างบางกว่า ใช้มือแยกเรียวขาอีกฝ่ายออกจากกันเมื่อให้ตัวผมแทรกลงไปถนัดๆ
มาร์คดูจะเกร็งๆ
แต่ไม่ได้ถึงกับขัดขืน ก็ผมไม่ได้บังคับนะ ขอแล้ว -///-
แจ็คสันหวังเป็นคนใสๆไม่ได้กามครับ
ฮ่าๆๆๆ (หรา)
ตอนแรกก็จูบธรรมดาก่อน
แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก เรียวลิ้นเริ่มเกี่ยวกระหวัดสัมผัสกันอย่างหนักหน่วง
ผมก็เริ่มจะมีอารมณ์จริงๆ อารมณ์หงุงหงิงๆขอนะเอินจ๋าตอนแรกได้หายไป ตอนนี้คือแบบ
เครื่องกูร้อนจริงไม่อิงตลกละ
ผมค่อยๆถอนริมฝีปากออก
แต่ไม่วายเลื่อนริมฝีปากไปจูบซับน้ำใสๆที่มุมปากของมาร์คแล้วหอมที่แก้มเนียนดังฟอดยาว
มาร์คหน้าแดงมากๆถึงมันจะไม่ได้พูดอะไรก็เหอะ
ผมเลื่อนมือลงต่ำไปที่ขอบกางเกงร่างเล็กกว่า สบตากับมัน
“ถอดนะ”
“แจ็คสัน”
มาร์คขมวดคิ้วใส่ผม
เอาละไง
-_-;;;
“อะ
อะไรหรอ” อึกอักเลย อย่ามาบอกว่าไม่ตอนนี้นะเว้ย!
กูร้องไห้จริงๆอ่ะ
T^T
ผมไม่กล้าปล้ำมันหรอก
ขืนมันบอกว่าไม่ ผมก็ได้แต่ไปนั่งคุกเข่าชูมือสองข้างรับผิดอยู่มุมห้องอ่ะ
“มึงจะขอกูทุกอย่างเพื่ออะไร
จะทำเหี้ยไรก็ทำเลย กูไม่ได้หน้าด้านขนาดจะได้ตอบรับมึงทุกเรื่องโดยไม่อายเลยนะ”
“จ้าๆ
ทำแล้วๆๆ”
ไม่ต้องบอกก็รู้เลย
ใครหัวหน้าสมาคมพ่อบ้านใจกล้าคนต่อไป ผมเนี่ย แจ็คสันหวังเองไงจะใครล่าแกร
ผมรั้งกางเกงผ้ายืดออกจากเรียวขาอีกฝ่ายช้าๆ
คือไม่กล้าทำแรง เดี๋ยวผ้าไปเสียดโดนผิวแล้วมาร์คจะเจ็บ แต่ประเด็น มึงขาวมาก
“เฮ้ย
อะไรหยดวะ” มาร์คดันตัวขึ้นมาเมื่อของเหลวบางอย่างหยดลงบนต้นขาเนียนสวยของอีกฝ่าย
“แจ็คสัน!! ไอ้เหี้ย กำเดามึงอ่ะ!!”
มาร์คโวยวาย
“หรอ
กำเดากูหรอ” ผมเอามือมาแตะที่จมูก แล้วก็จริง กำเดาไหลจริงๆ
โอ๊ยยยยย
ตกลงคืนนี้กูจะได้ทำมั้ย
จะได้ทำม๊ายยยย
“มึงแม่ง
อ่อน อ่อนเหี้ยๆ” มาร์คด่าผมอย่างไม่ไว้หน้าอีกต่อไป
มันส่ายหน้าไปมาแล้วเอากระดาษทิชชู่มาซับเลือดให้ผม
เราทั้งคู่นั่งอึนกันจนกำเดาผมมันหยุดไหลอ่ะ
“ไปล้างหน้า
แล้วมึงค่อยมาต่อ”
“อ่าๆ”
ผมพยักหน้า ไอ้มาร์คชี้หน้าผม
“ถ้าครั้งนี้มึงยังงี่เง่า
มึงไม่ต้องเอาละ”
“โหยยย
เอิน ไม่ใจร้ายดิ” ผมทำตาปริบๆ
“ไปล้างหน้าแล้วมาต่อสักที!”
ไอ้มาร์คทำหงุดหงิดใส่ผม
ผมก็เลยไปล้างหน้าตามที่มันบอก โหย ใครไม่กำเดาไหลบ้างวะ คือแบบ เห็นแล้วมันร้อนอ่ะ
มันขาวมันเนียน
แต่พอก่อน!
หยุดมโน
หยุดกาม เดี๋ยวแม่งไหลเพิ่ม สัส
ผมเดินออกไปจากห้องน้ำอีกรอบ
ครั้งนี้มีภูมิต้านทานเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเข้าไปคร่อมทับมาร์คแล้วดึงๆกางเกงมันที่คาๆอยู่ที่หัวเข่าลงมาจนรั้งออกจากข้อเท้าได้สำเร็จ
ผมแยกเรียวขาอีกฝ่ายออกจากกันนิดหน่อย
ก่อนจะแทรกกายเข้าไปทาบทับ มาร์คสะดุ้งนิดหน่อยเพราะร่างผมเบียดชิดร่างเล็กไปเต็มๆ
แต่ผมก็ไม่ปล่อยให้จังหวะมันไม่สมดุลแบบครั้งแรก
-_- โน้มหน้าลงไปจูบมันใหม่
โอเค
เริ่มใหม่ คราวนี้เอาจริงละ
ผมจูบมาร์คอีกรอบ
ครั้งนี้เร่าร้อนและหนักหน่วงกว่าครั้งแล้ว
สอดมือเข้าไปในเสื้อตัวหลวมของอีกฝ่ายแล้วสัมผัสทั่วผิวเนียนลื่นมือ
ป๊าเลี้ยงมาดีนะเนี่ย
กูชมเลย เนี๊ยนเนียน ผมนี่ไม่กล้าจับแรง เดี๋ยวช้ำ
“อะ
อื้อ..”
เสียงทุ้มลึกครางในลำคอเบาๆเมื่อผมใช้ปลายนิ้วปัดป่ายไปทั่วยอดอกนุ่มนิ่มบนแผ่นอกบาง
ใช้ปลายนิ้วบดคลึงและขยี้ลงไปเบาๆจนร่างโปร่งบางเริ่มรู้สึก ผมยังใช้ปลายลิ้นสัมผัสดูดกลืนความหวานจากโพรงปากนุ่มไม่เลิก
อุณหภูมิในห้องเริ่มจะพุ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมถอนริมฝีปากออกมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาว
ผิวเนียนละเอียดกรุ่นกลิ่นครีมอาบน้ำทำให้ผมแทบสติหลุด
พรมจูบที่ซอกคออีกฝ่ายไปทั่ว กดริมฝีปากแนบดูดดุนและฝากฝังรอยรักจนผิวขาวเกิดเป็นรอยจ้ำๆทุกที่ที่ริมฝีปากผมลากผ่าน
มือที่เคยแค่สัมผัสอย่างแผ่วเบาเริ่มบีบขย้ำลงไปบนแผ่นอกเนียนอย่างหมดความอดทน
ผมเริ่มขยับร่างเสียดสีกดแนบลงไปกับร่างกายอีกฝ่าย ร่างโปร่งหอบหนักและครางกระเส่า
ขยับร่างไปตามแรงเคลื่อนไหวเสียดสีของผม แค่ร่างกายสัมผัสกันแค่ภายนอกแบบนี้ผมยังแทบจะทนไม่ไหว
ไม่อยากจะนึกถึงตอนที่ผมจะเข้าไปในตัวมันเลย
ผมถลกเสื้อมาร์คขึ้นเหนือแผ่นอก
เพราะรู้สึกแค่จับมันไม่พอ อยากจูบ อยากจูบให้ทั้งตัวมันเลย ตอนนี้เลยด้วย
“อ๊ะ...อ๊ะ...แจ็ค...สัน”
เสียงทุ้มลึกมาพร้อมกับการสั่นสะท้านของร่างกาย
เมื่อผมจรดริมฝีปากแนบแผ่นอกของมาร์ค กดจูบจนทั่ว ผิวเนียนกลายเป็นสีชมพูเรื่อๆ
มันเองก็คงอายเหมือนกัน แดงไปทั้งตัวแล้ว
“อ๊ะ...มึง...”
มาร์คส่งเสียงในลำคอและงอตัวหลบนิดหน่อยเมื่อผมรับยอดอกอีกฝ่ายเข้ามาในโพรงปาก
ใช้เรียวลิ้นตวัดเลียและบดขยี้ลงไปหนักๆราวกับจะกลั่นแกล้ง มาร์คจิกมือลงกับไหล่ผม
ทึ้งเสื้อผมจนยับเลย สงสัยจะรู้สึกว่ะ
ผมก็รู้สึก
มันนิ่มอ่ะ น่ารัก งื้ออ
“อ๊ะ...อ๊า...มึง...แจ็คสัน...”
มาร์คเรียกชื่อผมอีกเมื่อผมดูดดุนหนักๆและแรงๆจนยอดอกสีชมพูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเรื่อขึ้น
มันมีความรู้สึกดุนดันสู้ปลายลิ้นของผม ทำให้ต้องพรมจูบและไล้เลียจนเปียกชุ่ม
ปากทีก็ถึงกับขบกัดเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว
ผมเลื่อนริมฝีปากผ่านแผ่นอกบางมาที่หน้าท้องขาวราบเรียบ
จูบฟัดหนักๆลงไปที่แอ่งสะดือ
ขณะเดียวกันก็รั้งอันเดอร์แวร์ของมาร์คลงจากเรียวขาลงไปไว้ที่ข้อเท้าจากนั้นก็ถอดออกไปอย่างลวกๆ
“แจ็ค...อ๊ะ...แจ็คสัน...”
เสียงกระเส่าครางไม่หยุดเมื่อผมจูบต่ำลงถึงท้องน้อย
จากนั้นก็ครอบครองร่างกายที่กำลังรู้สึกอย่างเต็มที่ของมาร์คเอาไว้
“อื้อ! มึง...!”
เพียะ!
มาร์คตีไหล่ผม
ดันไหล่ผมออกเหมือนไม่อยากให้ทำ ก็แม่งบอกเองจะทำไรก็ทำไม่ต้องขออ่ะ
ทีงี้ไม่อยากให้ทำ ก็ผมจะทำแล้วอ่ะ ไรวะ!
พอมันตีผม
ผมก็เลยรั้งริมฝีปากเข้าออกทันทีจนร่างเล็กกว่าบิดเร่าๆเหมือนจะขาดใจ แผ่นหลังบางหยัดขึ้นจากที่นอนตามจังหวะที่ร่างกายกระตุก
เรียวขาสองข้างพาดอยู่บนไหล่ผม มาร์คขยับเรียวขาเบียดเข้ามาด้วยความเสียวซ่านจนผมต้องใช้มือข้างนึงดันต้นขาด้านในอีกฝ่ายไว้
ร่างโปร่งหายใจแรงมาก แรงจนผมจะคลั่งตาม ยิ่งอีกฝ่ายหอบสะท้านเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งทำเร็วขึ้น
บีบรัดริมฝีปากแน่นขึ้น เอาอกเอาใจให้อีกฝ่ายแทบขาดใจไปตรงนี้
ตอนแรกฝ่ามือเรียวๆผลักไหล่ผมออก
เหมือนไม่อยากให้ทำให้ แต่ตอนนี้ขยุ้มเส้นผมของผมไว้แน่นจนยุ่งเหยิง
ผมใช้มือโอบรอบต้นขาเนียน ลูบเบาๆราวกับจะปลอบประโลม
“อ๊ะ..อ๊า...มะ
ไม่ไหวแล้วแจ็คสัน...กูจะออก...จะออกแล้ว” มาร์คดันผมออกสุดชีวิต
แต่ผมยังเล้าหลือซุกหัวอยู่ตรงกลางหว่างขามันนั่นแหละ
จนอีกฝ่ายปล่อยเข้ามาในริมฝีปากผมเลย
“แฮ่ก...แฮ่ก...”
มาร์คค่อยๆหยุดดิ้น
ลมหายใจที่เคยหอบสะท้านยังคงหอบอยู่ แต่มันค่อยๆลดน้อยลง
เรียวขาที่เสียดเสียดสีเบียดเข้ามาอย่างทรมานในตอนแรกค่อยๆนิ่งลง
“เชี่ย...มึงบ้าป่ะเนี่ย”
ถึงจะถามแบบนั้น แต่หน้านี่แดงจนผมต้องโน้มหน้าลงไปจูบปากมันแรงๆแบบหมั่นเขี้ยว
“และมีความสุขป่ะล่ะ”
ผมถาม
“...”
มาร์คไม่ตอบ
“ตอบเร็วเอิน”
ผมใช้มือไล้แก้มเนียนเบาๆ
“มีดิ...อื้อ...”
มันยังตอบไม่ทันขาดคำ
ผมก็โน้มหน้าลงไปจูบอีกฝ่ายใหม่อีกแล้ว คราวนี้ผมค่อยๆไล้มือไปตามซอกขาเนียน
แตะลงที่ร่างกายอีกฝ่าย แล้วค่อยๆล่วงล้ำเข้าไปช้าๆ กลัวมาร์คเจ็บเหมือนกัน
ซึ่งก็เหมือนมาร์คจะรู้ ฝ่ามือขาวบีบไหล่ผมไว้แน่น
ผมรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเกร็งมากขนาดไหน ก็เลยจูบที่ซอกคอเบาๆ ดูดดุนซ้ำๆจนทับรอยเก่า
เพิ่มรอยใหม่ ทำจนไม่มีที่ว่างแล้ว
“แจ็คสัน...มัน...เจ็บ”
เสียงทุ้มลึกพูดสั่นๆ ดูเหมือนมันก็กลัวนะ ทำใจกล้าไปงั้นเอง
ผมดันเรียวขาขาวให้พาดบ่า คุกเข่าลงตรงระหว่างขาเนียนแล้วขยับเรียวนิ้วเบาๆ
จับจ้องร่างกายอีกฝ่ายอย่างตั้งอกตั้งใจจนมาร์คหน้าแดงแจ๋
“จ้องทำไมเนี่ย!!!” มันตะโกนใส่ผม
“เอ้า
ไม่มองแล้วจะทำยังไงอ่ะ” ผมมองหน้ามัน ทำเป็นเอ๋อไม่เข้าใจ แหม ผมไม่ใช่เด็กสองขวบนะ
มันแค่เมียสวยอ่ะ อยากมอง
กาม
มีไรป่าว?
“แจ็คสันหวัง!” มาร์คทำเหมือนโกรธผมจนจะดิ้นอยู่แล้ว
ตอนนี้เริ่มเข้าใจที่ไอ้ยูคยอมบอกแล้วว่าให้กระแทกสวนเวลาเมียจะกระทืบเนี่ย
มาร์คแม่งน่าโดนว่ะ
“อื้อ
อื้อ...ไอ้...”
ด่าไม่ออกเลย
เจอผมขยับมือเข้าไป ได้แต่นอนครางทำหน้าแดง
โอ๊ยย
ไม่ไหวแล้วว เมื่อไหร่เอินจะพร้อมซะที เค้าอยากขยี้เอินละนะ!!
“อ๊ะ...อ๊า...”
มาร์คจับข้อมือผมไว้แน่น
จิกลงมาจนผมนี่ร้อนตาม เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ของมันแล้วผมคลั่งมากเลย ผมใช้นิ้วอยู่สักพัก
จนรู้สึกว่าร่างกายมาร์คเริ่มคลายจากอาการเกร็งตัว จึงได้รั้งปลายนิ้วออกมา
ผมขยับร่างเข้าไปใกล้มาร์ค
รั้งกางเกงลงโดยไม่ได้ถอดออก แต่ถอดเสื้อโยนออกไปด้านหลัง
ใช้มือสองข้างจับเข้าที่เอวบาง แล้วค่อยๆแทรกร่างกายตัวเอาเข้าไปในเรือนกายบางกว่า
แน่นอน
แรกเริ่มทั้งผมและมาร์คเจ็บทั้งคู่ เพราะว่ามาร์คเกร็งก็เลยรัดแน่นมาก พอผมแทรกเข้าไปมันเกร็งขนาดนั้นผมก็เลยเจ็บ
มาร์คก็เจ็บ กัดริมฝีปากแน่นมากน้ำตาก็ซึมที่หางตา แต่ไม่ยอมบอกผมว่าเจ็บ
แต่ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว
“ไหวมั้ย
ถ้าเอินไม่ไหวแจ็คหยุดก็ได้นะ”
ความรู้สึกมาร์คต้องมาก่อน
ผมอยากให้ครั้งแรกมันรู้สึกดีทั้งคู่
ไม่อยากให้มาร์ครู้สึกว่าผมเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว
“มะ
ไม่ต้อง...เข้ามาเลย...”
พอมาร์คบอกมาแบบนั้น
ผมก็เลยโน้มหน้าไปจูบให้ร่างเล็กคลายความเจ็บปวดลง
ค่อยๆขยับกายออกแล้วแทรกเข้าไปใหม่ ทำแบบนี้จนลึกขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็หยัดร่างเข้าไปได้จนหมด
“แฮ่ก....แฮ่ก...”
ผมซบหน้าลงกับแผ่นอกบาง
กัดริมฝีปากแน่นอย่างข่มอารมณ์ทั้งๆที่ในใจแทบจะทนไม่ไหว
ร่างกายอ่อนนุ่มกำลังตอดรัดผมอย่างสะเปะสะปะ ไม่ต่างอะไรกับการเย้ายวนกันสักนิด
แต่ขืนไม่ระวังมาร์คเจ็บแน่ ผมก็เลยต้องทนก่อน
“อ๊ะ
อ๊า...จะ แจ็คสัน...” เสียงทุ้มครางแผ่วเมื่อผมค่อยๆขยับร่างเข้าหาอีกฝ่ายเป็นจังหวะเนิบนาบและอ่อนโยน
ไม่รีบร้อนอะไร มาร์ควางมือลงบนหน้าท้องของตัวเอง กำไว้แน่นจนเกร็ง
ผมก็เลยเลื่อนมือไปจับมืออีกฝ่ายมาตรึงไว้เหนือศีรษะก่อนจะประสานลงไปแนบแน่นแล้วบีบเบาๆขณะแทรกกายเข้าออกในร่างนุ่มนิ่มนั่น
“อื้อ...”
เสียงทุ้มลึกขาดหายเมื่อผมจูบอีก ผมขยับกายแทรกลงไปลึกซึ้งและแนบสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
เรียวขาสั่นระริกพาดอยู่ที่หน้าขาผม หลายครั้งที่ปลายเท้ามาร์คแตะลงบนเตียงเมื่อผมผ่อนแรงลง
และเมื่อผมขยับกายเข้าหาอีกมันก็จะลอยวืดขึ้นตามแรงขยับของผม
เรือนกายบางเองก็โยกคลอนไปตามแรงส่งของผมเหมือนกัน
ผมค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาจากริมฝีปากเห่อช้ำ
พรมจูบทั่วใบหน้ามาร์คอย่างรักใคร่ แรงหยัดกายเข้าออกเริ่มเร่าร้อนดุดันขึ้นเรื่อยๆจนอีกมาร์คสะอื้นออกมาเบาๆ
มันร้องไห้แทนที่ผมจะอยากหยุด
แต่ไม่อ่ะ งานรังแกเมียนี่มาหนักเลย
“อ๊ะ...อ๊า...อ๊ะ..อื้อ! ลึกไปแล้ว!”
มาร์คร้องในลำคอไม่หยุดเมื่อผมแกล้งสอบสะโพกเข้าหาหนักๆจนเจ้าตัวหลับตาปี๋
ผมหัวเราะ แต่มือที่ประสานกันแน่นผมก็ไม่ยอมปล่อย เรือนกายเล็กบีบรัดดูดกลืนผมไว้จนแทบรั้งตัวเองไว้ไม่อยู่เหมือนกัน
“จะ
แจ็คสัน...ลึกไปแล้ว...”
ร่างโปร่งบางบิดกายเร่าไม่หยุด
มาร์คใช้มือข้างที่ไม่ได้โดนจับยันหน้าท้องที่ขยับรัวเร็วของผมเอาไว้
ออกแรงผลักจนส่วนที่เชื่อมต่อหลุดออกจากกัน ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายไม่มีเรี่ยวแรงพอจะหนีไปไหน
ได้แต่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงให้ผมตามไปซ้ำเท่านั้นแหละ
“อย่าหนีดิ
ตัวจะหนีเค้าไปไหน”
ผมจับที่เรียวขาขาวไว้
แล้วแยกมันออกจากกันก่อนแทรกกายลงไปซ้ำอีกรอบ
ร่างเล็กกว่าสะท้านเฮือกเมื่อผมโถมร่างลงไปกอดไว้ทั้งตัวก่อนหยัดสะโพกกระแทกกระทั้นรัวเร็วขยี้หนักๆจนเสียงทุ้มครางไม่หยุดข้างๆหูผม
“อ๊ะ..อ๊า..ฮึก...”
ร้องไห้ด้วย...
อะไรจะน่ารักขนาดนั้น
ยิ่งร้องยิ่งไม่หยุดนะไม่ใช่ว่าร้องละจะหยุดให้อ่ะ
“อ๊ะ...อ๊า..อ๊ะ...แจ็คสัน...มึงแกล้งกู”
ผมได้ยินมาร์คบ่นข้างๆหูผมแบบนั้น ผมก็เลยโน้มหน้าลงไปจูบที่ใบหูเขา
ไล้ลิ้นแหย่เลียจนมาร์คเอียงหน้าหนี ขณะที่ยังขยับร่างเข้าหาซ้ำๆ ดูดดุนใบหูล่าง
ขบกัดแล้วใช้ฟันรั้งไปมาเบาๆ
“อื้อ...อื้อ!” มาร์คกอดผมไว้แน่น จิกมือลงมาบนแผ่นหลังผม เรียวขาขาวตวัดโอบรอบช่วงเชิงกรานผมไว้เมื่อผมดันร่างกระแทกเข้าไปจนสุดและปลดปล่อยออกมาภายในกายของร่างเล็กจนชุ่มฉ่ำ
ซึ่งอีกฝ่ายก็ถึงขีดสุดของแรงอารมณ์พอดี
“แฮ่ก...”
มาร์คหอบหายใจออกมาแรงๆอีกครั้ง
หน้าผากเนียนชื้นไปด้วยเหงื่อจนผมต้องตามไปจูบซับ
รู้สึกได้ว่าของเหลวที่อีกฝ่ายปลดปล่อยอาบเลอะทั่วหน้าท้องผม ผมขยับตัวนิดหน่อย
ใช้ปลายนิ้วปาดมันขึ้นมาแล้วแตะลงที่ปลายลิ้น ทำให้มาร์คตีแขนผม
เพียะ!
“มึงมันโรคจิต
แจ็คสัน!”
“งั้นคนโรคจิตขอเบิ้ลหน่อยนะ”
ผมยิ้มกว้างจนตาหยี มาร์คส่ายหน้ารัว
“ไม่เอา
ไม่เอาแล้วเอาออกไปเลย!”
มาร์คทำท่าจะขยับหนี แต่ผมจับเอวบางไว้แน่นแล้วหยัดร่างซ้ำทันทีแบบไม่รอให้หนีไปไหนได้
“เข้าแล้ว...เข้าแล้ว...ไม่ออกแล้ว...อะ...อา...มาร์ค”
“อ๊ะ...อ๊า...ไอ้บ้าแจ็คสัน!!”
อ่านต่อ+เม้นท์ >> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1375630&chapter=9
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น